กรณีชาวบ้านใน ต.วังทอง ต.วังแก้ว อ.วังเหนือ จ.ลำปาง แห่ขุดทองในแม่น้ำวัง หวังสร้างรายได้ ตั้งแต่ช่วงปลายปีที่ผ่านมา ตามข่าวที่เสนอไปแล้วนั้น เกี่ยวกับความคืบหน้าในวันนี้ (3 ก.พ.) นายเติมศักดิ์ เกิดกูล กำนันตำบลวังแก้ว กล่าวว่า การร่อนทองในพื้นที่มีมานานแล้วจนถือเป็นเทศกาลประจำปีแล้ว โดยมีกติกาว่าจะไปล้ำเขตซึ่งกันและกัน ทั้งยังห้ามไม่ให้คนต่างถิ่นเข้ามาทำการร่อนทองเด็ดขาด "วิธีการหาทองคำของชาวบ้านคือการขุดดินกลางแม่น้ำมาร่อนเอาเศษดินทรายออก ซึ่งจะเจอทองมาน้อยตามโชคของแต่ละคน ซึ่งเฉลี่ยแล้วอย่างน้อยคนหนึ่งจะมีรายได้วันละ 300 บาทขึ้นไป บางรายโชคเข้าข้างสามารถหาทองได้ถึงวันละหลักหมื่นบาทก็ได้ ในปีนี้มีฝนตกหนักอย่างต่อเนื่องจึงอาจชะล้างดินบนภูเขาที่มีเศษทองปนอยู่ลงมามาก จึงทำให้ชาวบ้านได้ผลตอบแทนสูงตามไปด้วย" นายเติมศักดิ์ กล่าว ด้านนายวรวิทย์ จิตใหญ่ อายุ 42 ปี เผยว่า ปกติมีรายได้จากการรับจ้างเพียงวันละ 200-300 บาทเท่านั้น แต่การเสี่ยงโชคด้วยการร่อนทองกลับสร้างรายได้มากถึงวันละ 2,000-3,000 บาท ขณะที่ ดร.สมบูรณ์ โฆษิตานนท์ ผอ.สำนักงานทรัพยากรธรณี เขต 1 ลำปาง กล่าวว่า ในไทยมีแร่ทองคำกระจายอยู่ทั่วไปในหลายจังหวัด แต่ที่มีปริมาณสูงมีอยู่ 2 บริเวณ คือ บริเวณขอบตะวันตกของที่ราบสูงโคราช ตั้งแต่จังหวัด เลย หนองคาย เพชรบูรณ์ พิจิตร นครสวรรค์ ลพบุรี ปราจีนบุรี สระแก้ว ชลบุรี และระยอง และทางภาคเหนือตั้งแต่จังหวัดเชียงราย เชียงใหม่ ลำปาง แพร่ อุตรดิตถ์ สุโขทัย และจังหวัดตาก ส่วนพื้นที่อื่น ๆ จะพบกระจาย เช่น อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน และ อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี เป็นต้น
"สำหรับทองที่พบลำปางถือว่าเป็นจุดที่มีสายแร่ทองคำพาดถึง 2 สาย โดยสายแรกมาจากเชียงราย พะเยา ส่วนอีกสายมาจาก อ.เกาะคา อ.เสริมงาม จ.ลำปาง แต่ทั้งนี้ที่ผ่านมายังไม่มีการสำรวจที่ชัดเจนถึงขั้นกำหนดมูลค่าทางเศรษฐกิจได้" ดร.สมบูรณ์ กล่าว.
แหล่งข่าว :
dailynews.co.th